เบิร์ต ไครส์เชอร์ ใส่เสื้อเพื่อชีวิต – Free Bert
สำหรับคนที่คุ้นภาพของ “เบิร์ต ไครส์เชอร์” ในฐานะดาวตลกสายบ้าพลังที่แทบไม่เคยใส่เสื้อขึ้นเวที Free Bert น่าจะเป็นซีรี่ย์ที่เล่นกับภาพจำของเขาได้สนุกที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะคราวนี้สิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตของเบิร์ต อาจไม่ใช่การสร้างเสียงหัวเราะ แต่คือการพยายามทำตัวให้ “ดูปกติ” ท่ามกลางสังคมไฮโซที่จริงจังกับภาพลักษณ์ทุกอย่าง
เมื่อความเป็นตัวเอง กลายเป็นปัญหาในสังคมคนเพอร์เฟกต์
เรื่องเริ่มต้นขึ้นหลังลูกสาวของเบิร์ตได้เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนชื่อดังย่านเบเวอร์ลีฮิลส์ ที่เต็มไปด้วยครอบครัวระดับอีลีท ผู้ปกครองแต่งตัวเนี้ยบ พูดจาดี และใช้ชีวิตราวกับทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลา
ในขณะที่ทุกคนพยายามรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง เบิร์ตกลับเป็นคนที่ดูหลุดเข้ามาผิดโลกที่สุด ทั้งนิสัยขวานผ่าซาก ความวุ่นวาย และพฤติกรรมที่พร้อมสร้างเรื่องขายหน้าได้ทุกเมื่อ เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่ด้วยการ “ใส่เสื้อ” และพยายามเข้าสังคมกับกลุ่มพ่อบ้านไฮโซเพื่อไม่ให้ลูกสาวกลายเป็นคนนอก
แต่ยิ่งพยายามฝืนตัวเองมากเท่าไร ทุกอย่างก็ยิ่งพังเละมากขึ้นเท่านั้น ตั้งแต่งานปาร์ตี้ริมสระน้ำ ทริปตีกอล์ฟ ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวที่เริ่มตึงเครียด เพราะเบิร์ตกำลังค่อย ๆ หลงลืมว่าคนรอบตัวรักเขาเพราะอะไรตั้งแต่แรก
คอมเมดี้วุ่นวาย ที่ซ่อนเรื่องครอบครัวเอาไว้ข้างใน
แม้ตัวเรื่องจะเต็มไปด้วยมุกป่วนและสถานการณ์ชวนปวดหัว แต่ Free Bert ก็ไม่ได้เป็นแค่ซีรี่ย์ตลกแบบเล่นมุกต่อเนื่องอย่างเดียว หลายช่วงของเรื่องยังพูดถึงแรงกดดันของการพยายาม “เข้ากับสังคม” และความเหนื่อยของการสร้างภาพให้คนอื่นยอมรับ
- ชีวิตสุดวุ่นของครอบครัวที่หลุดเข้าไปในสังคมไฮโซ
- ความพยายามของเบิร์ตในการเปลี่ยนตัวเองเพื่อลูก
- สถานการณ์ปั่นป่วนจากการเข้าสังคมแบบผิดที่ผิดทาง
- คอมเมดี้ครอบครัวที่แฝงความอบอุ่นเอาไว้ตลอดเรื่อง
ยิ่งเรื่องดำเนินไป ซีรี่ย์ก็ยิ่งทำให้เห็นว่า บางครั้งการพยายามเป็นคนแบบที่สังคมต้องการ อาจไม่สำคัญเท่าการยอมรับตัวเองในแบบที่เป็นจริง ๆ
ติดตามซีรี่ย์เอาชีวิตรอดเข้มข้นอีกเรื่องได้ที่ The Walking Dead Season 11
